<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Travel Blog - บล๊อกนี้เพื่อการท่องเที่ยว - Phuket Travel Blog &#187; admin</title>
	<atom:link href="http://www.tourtalay.com/travelblog/author/admin/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tourtalay.com/travelblog</link>
	<description>ภูเก็ต-พังงา-กระบี่-ตรัง-เกาะพีพี-เกาะสิมิลัน-เกาะสุรินทร์-ทะเลแหวก.</description>
	<lastBuildDate>Thu, 24 Nov 2011 17:32:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>จัดอนุรักษ์ปะการังและทรัพยากรทางทะเลเกาะไข่</title>
		<link>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Nov 2011 17:26:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวพังงา]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์ปะการัง]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะไข่นอก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtalay.com/travelblog/?p=1474</guid>
		<description><![CDATA[อบต.พรุ ในจับมือทรัพยากรชายฝั่งฯ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะไข่จัดโครงการอนุรักษ์ปะการังและทรัพยากรทางทะเล เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 พ.ย. ที่บริเวณ เกาะไข่นอกตำบลพรุใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา มีการจัดโครงการอนุรักษ์ปะการังและทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลขึ้นโดยมีนายมนตรี เบ็ญอาหมาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรุใน นายนเรศ ชูผึ้ง เจ้าพนักงานประมงปฎิบัติงานสำนักงานทรัพยากรชายฝั่งทางทะเลเขต 5 นายดำรัส ปลูกไม้ดี ตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะไข่ ประชาชนทั่วไป และนักเรียนจากโรงเรียนในสังกัดตำบลพรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา เข้าร่วม โดยกิจกรรมมีการวางทุ่นจอดเรือ และทุ่นแนวเขตแหล่งปะการังและทรัพยากรทางทะเลบริเวณอ่าวเกาะไข่รวม 15 จุด ติดตั้งบริเวณเกาะไข่น้อยเพื่อจอดเรือยอจ อีก 5 จุดนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปรับภูมิทัศน์ และจัดเก็บขยะบริเวณเกาะไข่นอก และเกาะบริเวณใกล้เคียงด้วย นายมนตรี กล่าวว่า ทาง อบต.พรุในได้มีการจัดกิจกรรมในรูปแบบดังกล่าวโดยได้ร่วมกับชุมชน มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลามาประมาณ 7 ปี แล้ว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเพื่อปลูกฝังให้ประชาชน เยาวชนในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ขณะที่นายดำรัส ปลูกไม้ดี ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเล อ่าวเกาะไข่ กล่าวเช่นเดียวกันว่า การที่หน่วยงานต่างๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/11/เก็บขยะเกาะไข่นอก.jpg"><img src="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/11/เก็บขยะเกาะไข่นอก.jpg" alt="อบต.พรุ ในจับมือทรัพยากรชายฝั่งฯ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะไข่จัดโครงการอนุรักษ์ปะการังและทรัพยากรทางทะเล ที่บริเวณ ตำบลพรุใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา " title="เก็บขยะเกาะไข่นอก" width="466" height="323" class="aligncenter size-full wp-image-1475" /></a><font face="Arial">
<p align="left"><b><font size="4" color="#FF0000">อบต.พรุ 
ในจับมือทรัพยากรชายฝั่งฯ 
และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะไข่จัดโครงการอนุรักษ์ปะการังและทรัพยากรทางทะเล</font></b></p>
<p><font size="4" color="#0000FF">เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 พ.ย. ที่บริเวณ<i>
<b>
<a target="_blank" href="http://www.tourtalay.com/khaiisland.php" style="text-decoration: none">
เกาะไข่นอก</a></b></i>ตำบลพรุใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา 
มีการจัดโครงการอนุรักษ์ปะการังและทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลขึ้นโดยมีนายมนตรี เบ็ญอาหมาด 
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพรุใน นายนเรศ ชูผึ้ง เจ้าพนักงานประมงปฎิบัติงานสำนักงานทรัพยากรชายฝั่งทางทะเลเขต 
5 นายดำรัส ปลูกไม้ดี ตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะไข่ ประชาชนทั่วไป 
และนักเรียนจากโรงเรียนในสังกัดตำบลพรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา เข้าร่วม</font></p>
<p><font size="4">โดยกิจกรรมมีการวางทุ่นจอดเรือ 
และทุ่นแนวเขตแหล่งปะการังและทรัพยากรทางทะเลบริเวณอ่าวเกาะไข่รวม 15 จุด 
ติดตั้งบริเวณเกาะไข่น้อยเพื่อจอดเรือยอจ อีก 5 
จุดนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปรับภูมิทัศน์ และจัดเก็บขยะบริเวณเกาะไข่นอก 
และเกาะบริเวณใกล้เคียงด้วย</font></p><span id="more-1474"></span>
<p><font size="4">นายมนตรี กล่าวว่า ทาง อบต.พรุในได้มีการจัดกิจกรรมในรูปแบบดังกล่าวโดยได้ร่วมกับชุมชน 
มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลามาประมาณ 7 ปี แล้ว 
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเพื่อปลูกฝังให้ประชาชน เยาวชนในพื้นที่ 
รวมถึงนักท่องเที่ยวได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล
</font></p>
<p><font size="4">ขณะที่นายดำรัส ปลูกไม้ดี ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเล 
อ่าวเกาะไข่ กล่าวเช่นเดียวกันว่า การที่หน่วยงานต่างๆ 
ทั้งภาครัฐเอกชนร่วมกันจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาถือเป็นสิ่งดีเพราะนอกจากเป็นการพัฒนาเกาะไข่แล้ว 
ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้กลุ่ม ผู้ประกอบการ 
ชาวบ้านทั่วไปรวมถึงนักเรียนนักศึกษา 
และนักท่องเที่ยวได้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล 
ทั้งปะการังและทรัพยากรอื่นๆ ได้อยู่คู่เกาะไข่ 
เพื่อให้นักท่องเที่ยวและลูกหลานรุ่นต่อๆ ไปได้เห็นถึงความงามของธรรมชาติเหล่านี้</font></p>
</font>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภูเก็ตดนตรีโลก</title>
		<link>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Nov 2011 16:41:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[Phuket World Musiq Festival]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ตดนตรีโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtalay.com/travelblog/?p=1469</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 22 พ.ย.ที่บริเวณลานน้ำพุดนตรี สะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานแถลงข่าวการจัดเทศกาล &#34;ภูเก็ต ดนตรีโลก&#34; เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และนายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ร่วมแถลง และมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานเกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วม นายไพบูลย์ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และลาเวลล์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ร่วมกันจัดงาน เทศกาล &#34;ภูเก็ตดนตรีโลก&#34; เฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่ 1&#34; (Phuket World Musiq Festival)ขึ้นในระหว่างวันที่ 2-5 ธันวาคม 2554 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/11/phuket-world-music.png"><img src="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/11/phuket-world-music.png" alt="phuket-world-music" title="phuket-world-music" width="391" height="194" class="aligncenter size-full wp-image-1471" /></a><p><b><font size="4" face="Arial">เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 22 
พ.ย.ที่บริเวณลานน้ำพุดนตรี สะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต นายตรี อัครเดชา 
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานแถลงข่าวการจัดเทศกาล &quot;ภูเก็ต ดนตรีโลก&quot; 
เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา 
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วน<a target="_blank" href="http://www.tourtalay.com/" style="text-decoration: none"><font color="#000000">จังหวัดภูเก็ต</font></a> 
และนายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ร่วมแถลง และมีหัวหน้าส่วนราชการ 
หน่วยงานเกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วม</font></b></p>
<font face="Arial">
<p><font size="4"><br />
<font color="#0000FF">นายไพบูลย์ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต 
องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด 
และลาเวลล์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ร่วมกันจัดงาน เทศกาล &quot;ภูเก็ตดนตรีโลก&quot; 
เฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่ 1&quot; (Phuket World Musiq Festival)ขึ้นในระหว่างวันที่ 
2-5 ธันวาคม 2554 ณ บริเวณลานน้ำพุดนตรี สะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต</font> </font></p><span id="more-1469"></span>
<p><font size="4">&quot;ทาง อบจ.ภูเก็ต 
มีความภาคภูมิใจนำเสนอการจัดงานเทศกาลดนตรีครั้งยิ่งใหญ่นี้ 
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 
พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
นอกจากนี้งานดังกล่าวยังเป็นงานที่สร้างโอกาสให้ชาวไทยในภูเก็ตและจากทุกทิศทั่วไทย 
ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก 
ได้มาร่วมกันถวายพระพรและฉลองโอกาสพิเศษนี้ร่วมกัน</font></p>
<p><b><font size="4" color="#FF0000">&quot;งานเทศกาลดนตรีครั้งนี้ 
จะจัดที่บริเวณลานน้ำพุดนตรี แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของภูเก็ต 
งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างกิจกรรมไร้พรมแดนที่สร้างสรรค์ 
ใจกลางเมืองภูเก็ต ซึ่งภูเก็ตนั้นจัดได้ว่า เป็นเมืองที่มีความเป็นนานาชาติ 
เป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาและงานด้านวัฒนธรรม ระดับสากลมามาก 
และครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มความหลากหลายในวัฒนธรรมท่ามกลางผู้คนหลายชาติ</font></b></p>
<p><font size="4">&quot;ทั้งนี้คุณทอดด์ ทองดี พร้อมด้วยทีมงาน 
ได้ดึงศิลปินชั้นนำด้านวัฒนธรรมจากทั่วเมืองไทย อาทิ ลานนา คัมมินส์,หงา คาราวาน 
และศิลปินผู้สร้างสรรค์งานระดับโลกอย่าง วง Americana 
จากประเทศอเมริกา,การแสดงดนตรี World Musiq ชั้นนำจากโมร็อกโกตะวันออกกลาง ฮัสสัน 
ฮัคมุล และการแสดงดนตรีจากวงเยาวชนออเคสตร้าจังหวัดภูเก็ต 
และนักเรียนในโรงเรียนสังกัดขององค์การบริหารส่วนจังหวัด<b><a target="_blank" href="http://www.tourtalay.com/" style="text-decoration: none"><font color="#000000">ภูเก็ต</font></a></b> 
เป็นต้น&quot; นายไพบูลย์ กล่าว</font></p>
<p><font size="4">นายไพบูลย์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า งานจะมีทั้งหมด 4 คืน 
เริ่มตั้งแต่เวลา 17.30 น.จนถึงเที่ยงคืน นอกจากนั้นจะมีการเปิดร้านจำหน่ายอาหาร 
นิทรรศการ และพร้อมรับชมบทเพลงการแสดงดนตรีระดับโลกที่เตรียมไว้อย่างจุใจ 
กำหนดการแต่ละวัน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์ www.phuketworldmusiq.com</font></p>
</font>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สำรวจ 4 ทำเลทองเที่ยว &#8220;ไฮซีซั่น&#8221; &#8220;เชียงใหม่-พัทยา-หัวหิน-ภูเก็ต&#8221; ยังฮอต</title>
		<link>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%a0/</link>
		<comments>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%a0/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Nov 2011 07:36:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฤดูกาลท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่-พัทยา-หัวหิน-ภูเก็ต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtalay.com/travelblog/?p=1434</guid>
		<description><![CDATA[ฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นเริ่มมาเยือนแล้ว ความคึกคักในหลาย ๆ ทำเลเริ่มปรากฏอย่างชัดเจน โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานที่มีปัจจัยบวกสนับสนุนอย่าง &#34;ความหนาวเย็น&#34; ได้มาเยือนเร็วและนานราว 4 เดือน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศได้อย่างดี ทั้งยังช่วย &#34;ทดเวลาบาดเจ็บ&#34; ให้ตลาดในประเทศที่กำลังเจอปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ได้อีกด้วย &#34;ภูณัช ธนาเหล่าพาณิช&#34; นายกสมาคมทีเอชเอ ภาคเหนือตอนบน บอกกับ &#34;ประชาชาติธุรกิจ&#34; ว่า ไฮซีซั่นของเชียงใหม่ปีนี้จะดีแน่นอน เพราะคาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายในต้นเดือนธันวาคม โดยจะเดินหน้ากระตุ้นตลาดในประเทศจากภาคใต้และอีสานนำร่องก่อน แล้วตามด้วยตลาดนักท่องเที่ยวภาคกลางซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ปีนี้ &#34;เชียงใหม่เรามีบิ๊กอีเวนต์ที่รออยู่ ไม่ว่าจะเป็นประเพณียี่เป็ง งานมหกรรมพืชสวนโลกที่เลื่อนการเปิดงานมาจัดในวันที่ 14 ธันวาคมนี้แทน ซึ่งเชื่อว่าอัตราการเข้าพักในช่วงพืชสวนโลกจะมากถึง 80-90% ราคาห้องพักเฉลี่ยที่ 1,200-1,500 บาทขึ้นไป/ห้อง/คืน&#34; ด้าน &#34;สราวุฒิ แซ่เตี๋ยว&#34; นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า การเลื่อนเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวเชียงใหม่แน่นอน เพราะสัดส่วน 90% ของนักท่องเที่ยวเป็นคนไทย และมากกว่า 40% เป็นนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯและปริมณฑล และเชื่อว่าตลาดกลุ่มนี้จะกลับมาได้รวดเร็วและหันมาใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เรียกเม็ดเงินหมุนเวียนได้เร็วที่สุด ฟาก &#34;เมืองพัทยา&#34; ซึ่งเป็นเมืองที่ธุรกิจท่องเที่ยวดีอย่างต่อเนื่อง และแทบจะไม่มีปัจจัยลบเลยนั้น &#34;สมศักดิ์ ตันเรืองศรี&#34; ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแมริออท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<a href="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/11/box-chiangmai-n.jpg"><img src="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/11/box-chiangmai-n.jpg" alt="" title="box-chiangmai-n" width="80" height="60" class="alignleft size-full wp-image-1461" /></a><p><font size="4"><font color="#FF00FF"><b>ฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นเริ่มมาเยือนแล้ว 
ความคึกคักในหลาย ๆ ทำเลเริ่มปรากฏอย่างชัดเจน 
โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานที่มีปัจจัยบวกสนับสนุนอย่าง &quot;ความหนาวเย็น&quot; 
ได้มาเยือนเร็วและนานราว 4 เดือน 
ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศได้อย่างดี ทั้งยังช่วย 
&quot;ทดเวลาบาดเจ็บ&quot; ให้ตลาดในประเทศที่กำลังเจอปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ได้อีกด้วย</b></font><br />
<br />
&quot;ภูณัช ธนาเหล่าพาณิช&quot; นายกสมาคมทีเอชเอ ภาคเหนือตอนบน บอกกับ &quot;ประชาชาติธุรกิจ&quot; 
ว่า ไฮซีซั่นของเชียงใหม่ปีนี้จะดีแน่นอน 
เพราะคาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายในต้นเดือนธันวาคม 
โดยจะเดินหน้ากระตุ้นตลาดในประเทศจากภาคใต้และอีสานนำร่องก่อน 
แล้วตามด้วยตลาดนักท่องเที่ยวภาคกลางซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ปีนี้<span id="more-1434"></span><br />
<br />
&quot;เชียงใหม่เรามีบิ๊กอีเวนต์ที่รออยู่ ไม่ว่าจะเป็นประเพณียี่เป็ง 
งานมหกรรมพืชสวนโลกที่เลื่อนการเปิดงานมาจัดในวันที่ 14 ธันวาคมนี้แทน 
ซึ่งเชื่อว่าอัตราการเข้าพักในช่วงพืชสวนโลกจะมากถึง 80-90% ราคาห้องพักเฉลี่ยที่ 
1,200-1,500 บาทขึ้นไป/ห้อง/คืน&quot;<br />
<br />
ด้าน &quot;สราวุฒิ แซ่เตี๋ยว&quot; นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า 
การเลื่อนเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวเชียงใหม่แน่นอน 
เพราะสัดส่วน 90% ของนักท่องเที่ยวเป็นคนไทย และมากกว่า 40% 
เป็นนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯและปริมณฑล 
และเชื่อว่าตลาดกลุ่มนี้จะกลับมาได้รวดเร็วและหันมาใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เรียกเม็ดเงินหมุนเวียนได้เร็วที่สุด<br />
<br />
ฟาก &quot;เมืองพัทยา&quot; ซึ่งเป็นเมืองที่ธุรกิจท่องเที่ยวดีอย่างต่อเนื่อง 
และแทบจะไม่มีปัจจัยลบเลยนั้น &quot;สมศักดิ์ ตันเรืองศรี&quot; ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแมริออท 
รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา มองว่า ไฮซีซั่นของพัทยาปีนี้อาจจะไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา 
เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมาลดลงมากถึง 30% 
จากปกติที่ควรจะเพิ่มมากกว่านี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา <br />
<br />
เพราะนักท่องเที่ยวรัสเซีย จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ 
เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อ่อนไหวต่อสถานการณ์และคำเตือนเรื่องน้ำท่วมจากสถานทูตในแต่ละประเทศอย่างมาก 
ทำให้บางกรุ๊ปทัวร์เลื่อนไปไม่มีกำหนด <br />
<br />
&quot;ต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมว่าจะจบลงเร็วหรือไม่ 
ซึ่งปัจจุบันได้ตลาดคนไทยหนีน้ำทดแทน โดยมาพักในโรงแรมและรีสอร์ตระดับ 4-5 ดาว 
ซึ่งแต่ละโรงแรมมีอัตราการเข้าพักมากกว่า 90% 
โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลประกาศเป็นวันหยุดยาวที่ผ่านมา&quot;<br />
<br />
ส่วนเดสติเนชั่นชายหาด ชายทะเลยอดนิยมของตลาดในประเทศอย่าง &quot;หัวหิน&quot; 
ประจวบคีรีขันธ์ &quot;อุดม ศรีมหาโชตะ&quot; อุปนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก ประเมินว่า 
สำหรับไฮซีซั่นของหัวหินขณะนี้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะไม่กระทบมากนัก 
แม้จะมีปัจจัยสถานการณ์น้ำท่วมก็ตาม<br />
<br />
โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างยุโรป ซึ่งคาดว่าไฮซีซั่นปีนี้จะดีกว่าปีที่แล้ว 
เนื่องจากกลุ่มหลักเป็นนักท่องเที่ยวมาจากสแกนดิเนเวียและเยอรมนีซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ยูโรโซน
<br />
<br />
ส่วนนักท่องเที่ยวไทยช่วงนี้เพิ่มขึ้นจากกลุ่มคนหนีน้ำที่มาพักหัวหินมากขึ้น 
โดยชดเชยตลาดประชุมสัมมนาในประเทศ 
ซึ่งในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมามีอัตราเข้าพักมากถึง 30% 
ส่งผลให้อัตราเข้าพักตลอดเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเพิ่มจาก 45% เป็น 50% <br />
<br />
สำหรับเดสติเนชั่นยอดนิยมตลอดกาลอย่าง &quot;ภูเก็ต&quot; 
ซึ่งปัจจุบันอาจจะติดบ่วงฤดูมรสุมที่พัดเข้าภาคใต้ 
ทำให้ตลาดคนไทยเที่ยวไทยยังติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด 
เพราะเกรงว่าจะซ้ำรอยกับเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในปีที่ผ่านมา<br />
<br />
อีกทั้งตลาดส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวยุโรปที่บางประเทศติดร่างแหปัญหาหนี้ยูโรโซนอยู่<br />
<br />
<b><font color="#FF0000">&quot;ภูริต มาศวงศ์ศา&quot; 
อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัด</font><a target="_blank" href="http://www.tourtalay.com/" style="text-decoration: none"><font color="#FF0000">ภูเก็ต</font></a><font color="#FF0000"> 
มองว่าภาพรวมในช่วงไฮซีซั่นของภูเก็ตปีนี้มียอดการจองห้องพักจากนักท่องเที่ยวยุโรปค่อนข้างเบาบาง 
จากปัจจัยเศรษฐกิจของยุโรปและสหรัฐอเมริกา มีเพียงนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจจะกลับมา 
จริง ๆ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยุโรปส่วนใหญ่เลือกเที่ยวเดสติเนชั่นระยะใกล้แทน</font></b>
<br />
<br />
ถึงแม้นักท่องเที่ยวยุโรปจะลดลง แต่ยังมีตลาดทดแทนอย่างจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง 
ญี่ปุ่น รัสเซีย และอาเซียน นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวไทยที่เพิ่มขึ้นบ้างจากตลาดไมซ์ที่เปลี่ยนสถานที่มาจัดที่ภูเก็ตมากขึ้น 
อันเนื่องมาจากผลกระทบเหตุการณ์น้ำท่วม<br />
<br />
&quot;ขณะนี้ตลาดตะวันออกกลางและอินเดียกำลังติดหล่มความไม่สะดวกในการขอตรวจลงตรา 
(วีซ่า) เพราะกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกานั้นกังวลเรื่องปัญหาก่อการร้ายอย่างมาก 
ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เลือกเดินทางท่องเที่ยวออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น 
และไทยแทน&quot;<br />
<br />
&quot;ภูริต&quot; ยังเพิ่มเติมด้วยว่า 
คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาภูเก็ตปีนี้จะมีมากกว่า 3 ล้านคน 
รวมนักเดินทางกลุ่มอื่น ๆ ด้วยเป็น 5 ล้านคน ส่วนเป้าหมายนักท่องเที่ยวปี 2555 
คาดว่าจะสามารถปั้นตัวเลขได้เพิ่ม 15% คิดเป็น 3,450,000 ล้านคน จากฐาน 3 ล้านคน 
โดยปัจจัย บวกอย่างจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะเที่ยวบินจากรัสเซีย 
เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และจีน ที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ<br />
<br />
&quot;ปัจจัยบวกของท่องเที่ยวภูเก็ตคือมีเที่ยวบินบินตรงมามากขึ้น ปัจจุบันมีกว่า 32 
สายการบิน คิดเป็นกว่า 37,000 เที่ยวบิน/ปี 
โดยอัตราตอบแทนที่คุ้มทุนคือยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ประมาณ 4,000 
บาท/คน/วัน และจำนวนเฉลี่ยวันพักที่ 3.7 วัน&quot;<br />
<br />
ความเห็นของผู้ประกอบการจาก 4 ทำเลทองดังกล่าว สรุปได้ว่า &quot;ไฮซีซั่น&quot; 
ของท่องเที่ยวไทยปีนี้มีปัจจัยลบสำคัญ 2 ประการคือ 
ภาวะน้ำท่วมที่ทุกฝ่ายได้แต่หวังว่าจะคลี่คลายโดยเร็วที่สุด 
และตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปที่แม้จะมีการเติบโต แต่เป็นการเติบโตแบบถดถอย<br />
<br />
จึงเป็นโจทย์สำคัญของทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องร่วมกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน 
เพื่ออย่างน้อยช่วงสิ้นปีนี้เพอที่จะได้เห็นบรรยากาศความคึกคักของอุตสาหกรรมนี้ได้อีกครั้ง</font></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%a0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลกระทบน้ำท่วมไทยต่อศก.โลก</title>
		<link>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a8%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a8%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Nov 2011 06:32:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบน้ำท่วมไทยต่อศก.โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาอุทกภัยในประเทศไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtalay.com/travelblog/?p=1430</guid>
		<description><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ผลกระทบน้ำท่วมไทยต่อศก.โลก เว็บไซท์ข่าวเดอะสตาร์ ดอท คอม รายงานว่า มหาอุทกภัยในประเทศไทย จะส่งผลกระทบไปถึงผู้บริโภคทั่วโลก ตั้งแต่เรื่องการขาดแคลนอาหารไปจนถึงราคาฮาร์ดไดร์ฟที่แพงขึ้นกว่าเดิมการเกิดฝนตกหนักในฤดูมรสุม ที่เริ่มเมื่อเดือนกรกฎาคม ได้ทำให้เกิดวิกฤตน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 70 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คน สร้างความเสียหายให้โรงงาน 1 พันแห่ง ทำลายพื้นที่เพาะปลูก 10 ล้านไร่ ทั้งนี้ สหประชาชาติ (ยูเอ็น)เตือนว่า การเกิดน้ำท่วมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งกัมพูชาและเวียดนาม อาจจะทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารและราคาพุ่งสูงขึ้น ซึ่งประเทศไทย ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก พบว่า นาข้าวเสียหายไป 12.5 % ผลผลิตของบรรดาบริษัทข้ามชาติ ที่ย้ายการลงทุนมายังประเทศไทย หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในเอเชีย ช่วงระหว่างปี 2540-2541 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากญี่ปุ่น ที่ได้รับประโยชน์จากเงินเยนแข็งค่า ต่างได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน เริ่มจาก โซนี่ ที่ต้องเลื่อนการวางจำหน่ายสินค้าใหม่ คือ กล้องถ่ายรูปอัลฟ่า มิร์เรอเรอร์เลสส์ เอ็นอีเอ็กซ์-7 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะโรงงานได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกัน คาดว่าจะเกิดการขาดแคลนชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งนายทิม คุก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0" width="100%" align="center">
	<tr>
		<td>
		<h3><font color="#0000FF">ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ผลกระทบน้ำท่วมไทยต่อศก.โลก</font></h3>
		</td>
	</tr>
	<tr>
		<td><font size="4"><font color="#FF0000"><b>เว็บไซท์ข่าวเดอะสตาร์ ดอท คอม 
		รายงานว่า มหาอุทกภัยในประเทศไทย จะส่งผลกระทบไปถึงผู้บริโภคทั่วโลก 
		ตั้งแต่เรื่องการขาดแคลนอาหารไปจนถึงราคาฮาร์ดไดร์ฟที่แพงขึ้นกว่าเดิมการเกิดฝนตกหนักในฤดูมรสุม 
		ที่เริ่มเมื่อเดือนกรกฎาคม 
		ได้ทำให้เกิดวิกฤตน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 70 ปี 
		ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คน สร้างความเสียหายให้โรงงาน 1 พันแห่ง 
		ทำลายพื้นที่เพาะปลูก 10 ล้านไร่</b> </font><span id="more-1430"></span> <br />
		<br />
		ทั้งนี้ สหประชาชาติ (ยูเอ็น)เตือนว่า 
		การเกิดน้ำท่วมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
		รวมทั้งกัมพูชาและเวียดนาม 
		อาจจะทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารและราคาพุ่งสูงขึ้น ซึ่งประเทศไทย 
		ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก พบว่า นาข้าวเสียหายไป 
		12.5 % <br />
		<br />
		ผลผลิตของบรรดาบริษัทข้ามชาติ ที่ย้ายการลงทุนมายังประเทศไทย 
		หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในเอเชีย ช่วงระหว่างปี 2540-2541 
		โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากญี่ปุ่น ที่ได้รับประโยชน์จากเงินเยนแข็งค่า 
		ต่างได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน เริ่มจาก โซนี่ 
		ที่ต้องเลื่อนการวางจำหน่ายสินค้าใหม่ คือ กล้องถ่ายรูปอัลฟ่า มิร์เรอเรอร์เลสส์ 
		เอ็นอีเอ็กซ์-7 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะโรงงานได้รับความเสียหาย <br />
		<br />
		<font color="#FF00FF"><b>ขณะเดียวกัน คาดว่าจะเกิดการขาดแคลนชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ภายในสิ้นปีนี้ 
		ซึ่งนายทิม คุก ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)ของแอ๊ปเปิล ทราบดีว่า 
		ส่วนประกอบของแม็ค คอมพิวเตอร์ ได้รับผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้ 
		แต่ผลกระทบโดยรวมต่อผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของแอ๊ปเปิล 
		ยังไม่สามารถประเมินได้ในขณะนี้</b></font> <br />
		<br />
		โตโยต้า ต้องขาดรายได้และสูญเสียการแข่งขันเพราะวิกฤติห่วงโซ่อุปทานถูกรบกวน 
		และขอเวลาในการประเมินผลกระทบ ส่วนเวสต์เทิร์น ดิจิตอล ผู้ผลิตฮาร์ดไดร์ฟ 
		รายใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2 ของโลก เตือนว่า 
		อาจจะไม่อาจผลิตสินค้าได้เพียงพอต่อความต้องการภายในเดือนธันวาคม <br />
		<br />
		จากรายงานของนิวยอร์ค ไทม์ส คนงานของโรงงานแห่งหนึ่ของเวสเทิร์น ดิจิตอล 
		ที่บางปะอิน พยายามจะกอบกู้ &quot; สไลเดอร์ &quot; ซึ่งเป็นส่วนประกอบของฮาร์ดดิสค์ 
		ไดร์ฟ ในขณะที่พื้นชั้นลางของโรงงานมีสภาพไม่ต่างอะไรกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
		<br />
		<br />
		<b><font color="#0000FF">นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 
		ยกเลิกการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก 
		(เอเปค) ที่ฮาวาย เนื่องจากติดแก้ปัญหาน้ำท่วม ขณะที่ทางการระบุว่า 
		อาจต้องล่วงเลยไปถึงกลางเดือนธันวาคม กว่าระดับน้ำที่ลึกถึง 3 
		เมตรในบางพื้นที่จะเริ่มลดลง 
		ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะรบกวนภาคการผลิตไปจนถึงปีใหม่</font></b> <br />
		<br />
		นายโจเซฟ ดี ครูซ อาจารย์ด้านธุรกิจของร็อทแมน สคูล ออฟ เมเนจเมนท์ 
		ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการทำธุรกิจ 
		เพราะแรงงานราคาถูก ไว้ใจได้ การศึกดี 
		อ่านออกเขียนได้และมีจริยธรรมในการทำงาน และเขาเชื่อว่า 
		น้ำท่วมจะก่อให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงต่อไทยในระยะเวลาอันสั้น 
		แต่ด้วยเพราะคนไทยมีความคิดริเริ่มและแก้ปัญหาได้ดี 
		พวกเขาจะฟื้นตัวได้และประเทศไทยจะพลิกฟื้นกลับมาได้อีกครั้ง <br />
		<br />
		เมื่อเดือนตุลาคม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท)ได้ปรับลดคาดการณ์ตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) 
		สำหรับปีนี้ เหลือไม่เกิน 2.6%จาก 4.1% พร้อมเตือนว่า 
		อาจจะมีการแก้ไขอีกในเดือนนี้ <br />
		<br />
		การเกิดมหาอุทกภัยในไทย เป็นตัวอย่างล่าสุด แสดงให้เห็นว่า 
		ภัยพิบัติทางธรรมชาติสามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้อย่างรวดเร็ว 
		การเกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคม และตามด้วยสึนามิ 
		ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างร้ายแรง 
		และลามไปถึงการผลิตรถยนต์ในอเมริกาเหนือด้วย <br />
		<br />
		<font color="#008000"><b>การที่บรรดาบริษัทข้ามชาติ 
		แห่ไปลงทุนสร้างโรงงานในประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงแห่งเดียวทำให้พวกเขาได้เปรียบมหาศาลในเชิงเศรษฐกิจ 
		ด้วยเพราะได้เปรียบเรื่องค่าแรง แต่ขณะเดียวกัน 
		ก็เสี่ยงในกรณีที่เกิดภัยพิบัติในประเทศนั้น ๆ ซึ่งนักวิเคราะห์ 
		ให้ความเห็นว่า บรรดาบริษัทเหล่านี้ มีความจำสั้น ความเจ็บปวดจากแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น 
		ถูกลืมไปแล้ว ในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ 
		ยากที่จะทิ้งรูปแบบธุรกิจที่เคยประสบความสำเร็จและสร้างผล กำไรมหาศาล</b></font></font></td>
	</tr>
	<tr>
		<td align="right"><font size="4">
		<b>BangkokBizNews</b> <br />
		<font color="#999999">Last update : 11/9/2011 2:19:02 PM</font><br />
		</font></td>
	</tr>
</table>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a8%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีรับมือกับน้ำท่วม</title>
		<link>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Nov 2011 07:25:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีรับมือกับน้ำท่วม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtalay.com/travelblog/?p=1425</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ว่าตอนนี้น้ำใกล้จะมาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว หรือว่ายังไม่มาถึงก็ตาม เราก็ควรจะเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก่อนค่ะ ยิ่งคนที่มีบ้านอยู่ในพื้นที่สีส้ม และสีเหลือง ซึ่งเสี่ยงต่อน้ำท่วมที่สุด (พื้นที่สีแดงโดยมากจะท่วมไปแล้ว) ยิ่งควรจะรีบเตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วมไว้แต่เนิ่นๆ ค่ะ วันนี้เรามีวิธีรับมือกับน้ำท่วม 10 ประการมาแนะนำเพื่อนๆ แล้วปรับไปประยุกต์ใช้กับบ้านของเพื่อนๆดูค่ะ น่าจะช่วยชะลอหรือลดความเสียหายยามน้ำท่วมได้บ้างค่ะ 1. ดูทางน้ำที่จะมาสู่บ้านเรา แล้วจะไปทางไหนได้บ้าง ขอให้คิดว่า เราเหมือนกำลังตั้งค่ายคูประตูหอรบอยู่ เราต้องรู้ว่าข้าศึกจะเข้ามาโจมตีเราทางทิศใดได้บ้าง ก็ขอให้เริ่มวางแผนที่จะ “หยุดน้ำ หยุดข้าศึกที่จะเข้ามาโจมตีเรา” ซึ่งการหยุดยั้งน้ำหรือข้าศึกนั้น มีหลายวิธีที่ต้องจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการ “สร้างเขื่อนชั่วคราว” ด้วยกระสอบทราย หรือเอาแผ่นวัสดุใดๆ มากั้นก็ได้ การปิดกั้นนั้นมีหลายวิธี ซึ่งใช้ความเข้าใจพื้นฐาน บวกกับสอบหาข้อมูล ก็จะพอทราบกันเองได้ 2. กำแพงบ้านไว้กันน้ำได้ แต่ต้องระวังรั้วพัง เพื่อป้องกันน้ำหนักของน้ำที่ขังหรือถาโถมเข้ามากดที่ด้านข้างของกำแพงรั้วเรา จะทำให้รั้วบ้านของเราเกิดการเอียง แตกร้าว หรือพังลงมาได้ เพราะรั้วบ้านทั่วไป วิศวกรท่านจะไม่ได้ออกแบบไว้ให้รับแรงหรือน้ำหนักที่กระทำด้านข้างได้มากนัก ทางป้องกันที่ง่ายที่สุดก็คือ เราหากระสอบทรายมาวางไว้อีกด้านหนึ่งของรั้วบ้านเรา (ในบ้านเรา) วางไว้ติดชิดกับรั้วไปเลย ยามเมื่อรั้วจะเอียงเพราะว่าน้ำที่ท่วมกดน้ำหนักมาอีกด้านหนึ่ง กระสอบทรายก็จะทำหน้าที่ช่วยรับน้ำหนักเอาไว้ ถ่ายแรงจากรั้วมารั้วก็ยังตั้งตรงอยู่ได้ 3. น่าจะมี “ปืน” ไว้สู้ฝน สู้น้ำท่วม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font face="Tahoma" size="4"><font color="#0000FF"><b>
ไม่ว่าตอนนี้น้ำใกล้จะมาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว หรือว่ายังไม่มาถึงก็ตาม 
เราก็ควรจะเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก่อนค่ะ ยิ่งคนที่มีบ้านอยู่ในพื้นที่สีส้ม 
และสีเหลือง ซึ่งเสี่ยงต่อน้ำท่วมที่สุด (พื้นที่สีแดงโดยมากจะท่วมไปแล้ว) 
ยิ่งควรจะรีบเตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วมไว้แต่เนิ่นๆ ค่ะ 
วันนี้เรามีวิธีรับมือกับน้ำท่วม 10 ประการมาแนะนำเพื่อนๆ 
แล้วปรับไปประยุกต์ใช้กับบ้านของเพื่อนๆดูค่ะ 
น่าจะช่วยชะลอหรือลดความเสียหายยามน้ำท่วมได้บ้างค่ะ</b></font><span id="more-1425"></span><br />
<br />
<b><font color="#FF0000">1. ดูทางน้ำที่จะมาสู่บ้านเรา แล้วจะไปทางไหนได้บ้าง</font><br />
</b><br />
ขอให้คิดว่า เราเหมือนกำลังตั้งค่ายคูประตูหอรบอยู่ 
เราต้องรู้ว่าข้าศึกจะเข้ามาโจมตีเราทางทิศใดได้บ้าง ก็ขอให้เริ่มวางแผนที่จะ 
“หยุดน้ำ หยุดข้าศึกที่จะเข้ามาโจมตีเรา” ซึ่งการหยุดยั้งน้ำหรือข้าศึกนั้น 
มีหลายวิธีที่ต้องจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการ “สร้างเขื่อนชั่วคราว” ด้วยกระสอบทราย 
หรือเอาแผ่นวัสดุใดๆ มากั้นก็ได้ การปิดกั้นนั้นมีหลายวิธี 
ซึ่งใช้ความเข้าใจพื้นฐาน บวกกับสอบหาข้อมูล ก็จะพอทราบกันเองได้<br />
<br />
<b><font color="#FF0000">2. กำแพงบ้านไว้กันน้ำได้ แต่ต้องระวังรั้วพัง<br />
</font></b><br />
เพื่อป้องกันน้ำหนักของน้ำที่ขังหรือถาโถมเข้ามากดที่ด้านข้างของกำแพงรั้วเรา 
จะทำให้รั้วบ้านของเราเกิดการเอียง แตกร้าว หรือพังลงมาได้ เพราะรั้วบ้านทั่วไป 
วิศวกรท่านจะไม่ได้ออกแบบไว้ให้รับแรงหรือน้ำหนักที่กระทำด้านข้างได้มากนัก 
ทางป้องกันที่ง่ายที่สุดก็คือ เราหากระสอบทรายมาวางไว้อีกด้านหนึ่งของรั้วบ้านเรา 
(ในบ้านเรา) วางไว้ติดชิดกับรั้วไปเลย 
ยามเมื่อรั้วจะเอียงเพราะว่าน้ำที่ท่วมกดน้ำหนักมาอีกด้านหนึ่ง 
กระสอบทรายก็จะทำหน้าที่ช่วยรับน้ำหนักเอาไว้ 
ถ่ายแรงจากรั้วมารั้วก็ยังตั้งตรงอยู่ได้<br />
<br />
<b><font color="#FF0000">3. น่าจะมี “ปืน” ไว้สู้ฝน สู้น้ำท่วม จัดการกับ “รูรั่ว”<br />
</font></b><br />
บ้านหลายหลังที่มีรู มีรอยแตกเล็กๆ ตามผนังหรือช่องหน้าต่าง 
ตามรอยต่อของผนังกับเสาและคาน หรือแม้แต่ตามรั้วบ้าน เราควรจะมีวัสดุอุด 
ประสานรอยจำพวก ซิลิโคน หรือ อะคริลิค หรือ โพลี่ยูริเทน เอาไว้ เพื่ออุดรอย 
และรูรั่วเหล่านี้ โดยใช้อุปกรณ์การ &quot;ฉีด&quot; ซึ่งภาษาช่างทั่วไปเขาเรียกกันว่า &quot;ปืน&quot; 
ที่ราคาไม่แพงเลยครับ บางครั้ง ท่านอาจจะต้อง &quot;พกปืน&quot; ไว้ในบ้านของท่านสักชุด 
เพื่อช่วยเหลือตัวเองในการต่อสู้ ป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้ามาในบ้านของเรา<br />
<br />
<b><font color="#FF0000">4. ตรวจสอบถังน้ำใต้ดิน</font></b><br />
<br />
บ้านใครมีถังน้ำใต้ดิน ต้องตรวจสอบ “ฝา” ของถังน้ำให้ดีๆ เพราะเวลาน้ำท่วม 
ถังน้ำจะอยู่ใต้น้ำด้วย หากฝาของถังน้ำมีระบบป้องกันน้ำเข้าไม่ดี 
น้ำสกปรกที่ท่วมเข้ามา ก็จะไปปนกับน้ำสะอาดในถังน้ำของเรา ปัญหาเรื่องโรคภัยต่างๆ 
ก็จะตามเข้ามาหาตัวเราโดยทันที หากเราไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำเล็ดลอด 
เข้ามาในถังของเราได้ ก็ขอให้ต่อท่อน้ำตรงจากท่อประปาหน้าบ้านเรา 
เข้ามาที่ตัวบ้านของเราเลย (โดยปกติแล้ว 
บ้านที่มีถังน้ำใต้ดินจะมีวาล์วหมุนเปิดทางให้น้ำประปาจากหน้าบ้านเรา 
วิ่งผ่านตรงเข้ามาในบ้านโดยไม่ลงไปที่ถังน้ำใต้ดินได้ ต้องหาวาล์วตัวนี้ให้เจอ 
แล้วต่อตรงเข้ามาเลยดีกว่า น้ำจะเบาลงหน่อย แต่ก็ยังเป็นน้ำสะอาด)<br />
<br />
<b><font color="#FF0000">5. ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้านอกบ้าน ตัดกระแสไฟเสีย</font></b><br />
<br />
ภายนอกบ้านของเราจะมีอุปกรณ์ไฟฟ้า หลาย อย่าง เช่น ปั๊มน้ำ เครื่องปรับอากาศ 
หรือแม้กระทั่งไฟสนาม และกริ่งหน้าบ้าน ต้องหาสวิตซ์ตัดไฟให้พบว่า 
จะต้องตัดไฟตรงไหนไม่ให้ไฟฟ้าวิ่งเข้าไปที่อุปกรณ์เหล่านั้นได้ 
ยามเมื่อน้ำท่วมเข้ามา ต้องทำการตัดไฟตรงนั้นเสีย (แม้กระทั่งยามจะเข้านอน 
ถ้าไม่แน่ใจว่าน้ำจะท่วมเข้ามาตอนเราหลับอยู่หรือเปล่า 
ก็ต้องปิดสวิตซ์ไฟฟ้าของอุปกรณ์เหล่านั้นเสีย ตื่นมาตอนเช้า หากน้ำยังไม่ท่วม 
ก็ค่อยเปิดสวิตซ์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง) ส่วนการย้ายเครื่องมือย้ายอุปกรณ์ 
เหล่านั้นในตอนนี้ หากแน่ใจว่าน้ำท่วมแน่ และมีช่างมาช่วยย้าย ก็อาจจะย้ายได้ 
แต่หากไม่มีช่างมาช่วย ก็เป็นเรื่องยากที่จะทำเอง 
ก็อาจจะต้องยอมให้อุปกรณ์เหล่านั้นแช่น้ำไปก่อนตอนน้ำท่วม<br />
<br />
<font color="#FF0000"><b>6. เรื่องส้วม<br />
</b></font><br />
ถ้าบ้านไหนใช้ส้วมที่เป็นระบบบ่อเกรอะ บ่อซึมแบบเดิม 
ที่น้ำจากการบำบัดจะต้องซึมออกสู่ดิน แต่พอน้ำท่วม น้ำจากดินภายนอกจะซึมเข้ามาในบ่อ 
ก็ทำให้บ่อเกรอะเต็มไปด้วยน้ำ ส้วมก็จะเกิดอาการ “อืด และ ราดไม่ลง” 
หากน้ำจากภายนอกท่วมมาก มีแรงดันมาก ก็อาจจะเกิดอาการ “ระเบิด” 
ทำให้สิ่งปฏิกูลต่างๆ พุ่งกลับมาที่โถส้วม ความสุขหายไป ความทุกข์ปล่อยออกไม่ได้ 
วิธีเดียวที่จะป้องกัน ไม่ให้สิ่งปฏิกูลทั้งหลายพุ่งกลับออกมาทางโถส้วม 
คือต้องปิดโถส้วมให้ดี หากเป็นโถส้วมนั่งราบที่มีฝาปิด ก็ต้องปิดฝาให้แน่น 
เอาเชือกผูกเอาไว้ ทำเฉพาะโถส้วมชั้นล่างก็พอ เพราะน้ำคงไม่ท่วมถึงชั้นสอง 
(เพราะหากท่วมถึงชั้นสอง เราคงไม่ได้อยู่ในบ้านได้แล้ว)<br />
<br />
กรณีที่เป็นบ่อบำบัดสำเร็จ ซึ่งเขาจะทำงานโดยไม่ต้องมีบ่อเกรอะบ่อซึม 
ในเวลาปกติเขาจะบำบัดจนเสร็จภายในถังเอง 
แล้วก็จะระบายน้ำที่บำบัดเสร็จแล้วลงท่อระบายน้ำนอกบ้านของเรา ยามเมื่อน้ำท่วม 
น้ำจากบ่อบำบัดจะไหลระบายออกไปไม่ได้ เพราะระดับน้ำที่ท่วมอยู่สูงกว่าบ่อบำบัด 
ซึ่งเป็นการแก้อะไรไม่ได้ ต้องปล่อยไว้อย่างนั้น 
ถังบำบัดสำเร็จบางรุ่นจะมีมอเตอร์อัดอากาศเข้าไป 
(ซึ่งในบ้านส่วนใหญ่จะไม่ใช้รุ่นนี้) ก็ต้องตรวจดูว่ามอเตอร์อยู่ที่ไหน 
หากมอเตอร์น่าจะอยู่ในระดับที่น้ำท่วมถึง 
ก็ต้องตัดกระแสไฟไม่ให้เข้าไปสู่ตัวเครื่องกลนั้น<br />
<br />
ทั้งนี้สิ่งที่ต้องระวังก็คือ “ท่อหายใจ” ที่เป็นท่อระบายอากาศของระบบส้วมของเรา 
ต้องมั่นใจว่าท่อหายใจนั้นจะต้องอยู่สูงกว่าระดับน้ำที่มีโอกาส ท่วม 
หากท่อหายใจของเราอยู่ระดับต่ำ ก็ต้อง “ต่อท่อ” ให้มีระดับสูงขึ้นให้ได้ 
จะต่อแบบถาวรก็ได้ (หากมีช่างมาทำ หรือเราทำเป็น) หรือจะต่อแบบท่อไม่ถาวร 
ก็คือเอาสายยางธรรมดา มาครอบท่อหายใจเดิม 
แล้วก็ยกให้ปลายท่อนั้นอยู่สูงขึ้นกว่าระดับน้ำที่คาดหมายว่าจะท่วม 
ท่อหายใจนี้จะเป็นอุปกรณ์สำคัญมากในการช่วยระบายความดันภายในระบบส้วมของเรา 
ไม่ให้สิ่งปฏิกูลมีแรงดันมากเกินไป<br />
<br />
<b><font color="#FF0000">7. ปลั๊กไฟ สวิตซ์ไฟ ตรวจสอบและแยกวงจร<br />
</font></b><br />
หากบ้านของเรามีการแยกวงจรไฟฟ้าไว้ตั้งแต่แรก คือวงจรไฟฟ้านอกบ้าน 
วงจรไฟฟ้าชั้นล่าง และวงจรไฟฟ้าชั้นบน และ 
เราต้องปิดวงจรไฟฟ้านอกบ้านเมื่อน้ำท่วมนอกบ้าน หากน้ำสูงขึ้นมาจนเข้าในตัวบ้าน 
ก็ต้องปิดวงจรไฟฟ้าชั้นล่าง หากน้ำสูงขึ้นถึงชั้นสอง 
น่าจะหาทางออกจากบ้านเพื่อย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว 
เพราะสวิตซ์หลักของบ้านโดยทั่วไปจะอยู่ที่ชั้นล่างระดับประมาณ 1.8 เมตรจากพื้นห้อง 
กรณีที่บ้านไหนโชคดี 
วงจรไฟฟ้าชั้นล่างแยกวงจรออกมาเป็นระดับปลั๊กด้านล่างและระดับสวิตซ์บน ก็ค่อยๆ 
ตัดวงจรปลั๊กชุดล่างก่อนตามระดับน้ำที่ท่วมขึ้นมา<br />
<br />
หากกรณีที่ไม่มีการจัดวงจรเอาไว้อย่าง เป็นระบบตามที่กล่าวไว้ข้างต้น เราต้องค่อยๆ 
ทำการทดสอบอย่างใจเย็นๆ ว่าปลั๊กหรือสวิตซ์ชุดใดจะมีการตัดวงจรไฟฟ้าจากคัตเอาท์หลักบ้าง 
แล้วทำโน้ตบันทึกเอาไว้ หากเมื่อน้ำท่วมเมื่อไร 
ก็จะได้ทราบว่าเราต้องตัดวงจรชุดใดก่อน (ตัดวงจรส่วนที่ถูกน้ำท่วม) 
อาจจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากหน่อยที่จะตรวจสอบ แต่ก็ต้องใจเย็นๆ 
และตั้งใจที่จะตรวจสอบ 
ในกรณีที่วงจรบางวงจรที่ควบคุมทั้งปลั๊กหรือสวิตซ์ตัวล่างกับปลั๊กหรือสวิตซ์ตัวบน 
ก็จำเป็นต้องตัดวงจรทั้งหมด ห้ามเสี่ยงโดยเด็ดขาด<br />
<br />
อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆที่สามารถขนย้ายได้ใน ตอนนี้ ก็อาจขนย้ายขึ้นไปไว้ชั้นบนก่อน 
ยังไม่ต้องใช้ตอนนี้ก็ได้เช่น เตาไฟฟ้า เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องตีไข่ 
เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องชาร์จโทรศัพท์ ฯลฯ ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังต้องใช้งานอยู่ 
ก็ต้องเตรียมการขนย้ายขึ้นข้า งบนเอาไว้เลย เช่นเครื่องไมโครเวฟ โทรทัศน์ วิทยุ 
เป็นต้น ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ การขนย้ายยุ่งยาก และหาที่วางยาก เช่น ตู้เย็น 
เครื่องซักผ้า ฯลฯ ก็ต้องวางแผนว่าจะเอาอย่างไรในปัจจุบันและอนาคต 
หากยังใช้อยู่แล้วยามน้ำท่วมขึ้น จะมีคนช่วยขนหรือไม่ หรือจะทิ้งเอาไว้อย่างนั้น<br />
<br />
<b><font color="#FF0000">8. เตรียมระบบสื่อสารทุกประเภทเอาไว้ให้พร้อม<br />
</font></b><br />
ระบบสื่อสารทุกอย่างที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรศัพท์ปกติหรือโทรศัพท์มือถือ 
ระบบอินเทอร์เน็ตทั้งมีสาย และไร้สาย วิทยุ โทรทัศน์ หรือ 
อุปกรณ์สื่อสารพิเศษอย่างอื่น (เช่นระบบดาวเทียม วอร์คกี้ทอร์คกี้ เป็นต้น) 
เพราะการรับข่าวสาร 
และการติดตามข่าวสารเรื่องภัยน้ำท่วมที่จะมาถึงตัวเราเป็นเรื่องสำคัญ 
และไม่น่าจะเกิดความผิดพลาดในทุกวินาที และหากน้ำท่วมแล้ว การขอความช่วยเหลือ 
หรือสอบถามข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ ณ วินาทีวิกฤตินั้นแน่นอน 
อีกทั้งระบบสื่อสารที่เรามีนั้น มิได้ใช้เพียงการที่เราช่วยตัวเอง 
แต่อาจจะมีผู้เดือดร้อนคนอื่นที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการคำปรึกษาจากเรา 
ก็สามารถติดต่อกับเราได้ ต้องคนละไม้คนละมือเสมอ ทุกคนล้วนลำบากทั้งสิ้น<br />
<br />
<b><font color="#FF0000">9. ชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง<br />
</font></b><br />
อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่างมีความ จำเป็นยาม เกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย วิทยุ 
คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ มือถือ หรือแม้กระทั่งกล้องถ่ายภาพ ฯลฯ 
จะต้องมีการชาร์จไฟไว้ให้เต็มร้อยตลอดเวลา เพราะยามน้ำท่วม 
ระบบไฟฟ้าทั้งหมดอาจติดขัด นอกจากอุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องชาร์จไฟให้เต็มที่แล้ว 
การใช้อุปกรณ์เหล่านั้นเมื่อไฟฟ้าปกติไม่มา จะต้องประหยัดไฟด้วย 
เพื่อความมั่นใจว่าอุปกรณ์เหล่านั้นจะทำงานได้เต็มที่ยามฉุกเฉิน 
อีกทั้งต้องเตรียมอุปกรณ์อื่นเสริมอีกด้วย เช่น ไม้ขีดไฟ เทียนไข เป็นต้น<br />
<br />
<b><font color="#FF0000">10. เตรียมอาหาร น้ำดื่ม และยาให้พร้อม<br />
</font></b><br />
เพราะยามน้ำท่วมแล้ว เราอาจจะต้องติดอยู่ในบ้านของเราก็ได้ 
สิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีพของเราก็คือ “อาหาร” ที่ต้องเตรียมเอาไว้ 
ทั้งอาหารที่ต้องมีการปรุงด้ว ยอุปกรณ์ไฟฟ้า (หรือกาซ) กับอาหารที่สามารถกินได้เลย 
โดยไม่ต้องมีการปรุง และต้องเตรียมเรื่อง “น้ำดื่ม” เอาไว้ด้วย 
เตรียมให้เพียงพอสำหรับทุกคนประมาณ 3 วัน ยาเป็นสิ่งสำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง ที่เรา 
ต้องเตรียมเอาไว้ (ในที่ที่ปลอดภัย) ยาหลักๆก็คือ ยาแก้ปวด ยากแก้ไข้ ยาแก้ท้องเสีย 
ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า ยาล้างแผล ยาแก้แพ้ ยากันแมลงและยาของโรคประจำตัวของทุกคน<br />
<br />
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การตั้งจิตให้มั่น ตอนนี้ “สติ” สำคัญที่สุด 
อย่าเสียเวลากับการเกรี้ยวโกรธ เวลานี้เป็นเวลาที่เราต้องตั้งสติ และคิด 
และเตรียมการอย่างเป็นระบบ 
เราต้องรับรู้ข่าวสารต่างๆอย่างทันต่อเหตุการณ์จากคนที่เชื่อถือได้ ต้องฟังวิทยุ 
หรือแม้แต่ติดตามทางอินเทอร์เน็ต เช่น http://www.thaiflood.com/ หรือ http://flood.gistda.or.th/ 
เป็นต้น<br />
&nbsp;</font></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/11/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรงพยาบาลธรรมชาติ</title>
		<link>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Aug 2011 15:14:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เก็บมาเล่า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลธรรมชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtalay.com/travelblog/?p=1421</guid>
		<description><![CDATA[โรงพยาบาลธรรมชาติ หัวจรดเท้ารักษาเองได้ก่อนไปหาหมอ ข้อความจากฟอร์เวิร์ดเมล เว็บมาสเตอร์เห็นว่าดีมีประโยชน์จึงเอามาแบ่งปันกัน 1. ไขมันในเลือดสูง แทนที่จะหายามากินให้ปวดหัว ตับพัง ก็หากระเทียมสดมากินสักวันละ ๑๐ กลีบกับกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัว 2. ปวดหัว ให้หาผักคะน้าหรือปวยเล้ง ( แมกนีเซียม ) กินวันละ ๕ ขีดและกินปลาทูอีกวันละ ๒ ตัว ( น้ำมันปลาลดการอักเสบได้ ) หรือจะชงโกโก้กินหน่อยก็ช่วยได้ค่ะ 3. เป็นหวัด ไอ จามบ่อย ให้หมั่นแปรงลิ้นและกิน ก! ระเทียม หอม พริกให้มากเข้าไว้ 4. ภูมิแพ้ แค่กินฝรั่งวันละ ๕ ชิ้นกับเมล็ดฟักทองวันละ ๑ กำมือ ( สังกะสี ) 5. แพ้ฝุ่นละออง ไรฝุ่น หาโยเกิร์ตแบบรสธรรมชาติและนมเปรี้ยวไม่หวานจัดมากิน 6. โรคหืดหอบ ไอเรื้อรัง กินต้มยำไก่ , กินหัวหอมใหญ่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font size="4"><font color="#0000FF"><b>โรงพยาบาลธรรมชาติ 
หัวจรดเท้ารักษาเองได้ก่อนไปหาหมอ</b></font><br />
ข้อความจากฟอร์เวิร์ดเมล เว็บมาสเตอร์เห็นว่าดีมีประโยชน์จึงเอามาแบ่งปันกัน <br /><br />
1. <font color="#FF0000">ไขมันในเลือดสูง</font> แทนที่จะหายามากินให้ปวดหัว 
ตับพัง ก็หากระเทียมสดมากินสักวันละ ๑๐ กลีบกับกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัว <br /><br />
2. <font color="#FF0000">ปวดหัว</font> ให้หาผักคะน้าหรือปวยเล้ง ( แมกนีเซียม ) 
กินวันละ ๕ ขีดและกินปลาทูอีกวันละ ๒ ตัว ( น้ำมันปลาลดการอักเสบได้ ) 
หรือจะชงโกโก้กินหน่อยก็ช่วยได้ค่ะ <br /><br />
3. <font color="#FF0000">เป็นหวัด ไอ จามบ่อย</font> ให้หมั่นแปรงลิ้นและกิน ก! 
ระเทียม หอม พริกให้มากเข้าไว้ <br /><br /><span id="more-1421"></span>
4. <font color="#FF0000">ภูมิแพ้</font> แค่กินฝรั่งวันละ ๕ 
ชิ้นกับเมล็ดฟักทองวันละ ๑ กำมือ ( สังกะสี ) <br /><br />
5. <font color="#FF0000">แพ้ฝุ่นละออง</font> ไรฝุ่น หาโยเกิร์ตแบบรสธรรมชาติและนมเปรี้ยวไม่หวานจัดมากิน
<br /><br />
6. <font color="#FF0000">โรคหืดหอบ</font> ไอเรื้อรัง กินต้มยำไก่ , กินหัวหอมใหญ่ 
หอมแดง ต้นหอมและเอาหอมซุกไว้ใต้หมอน <br /><br />
7. <font color="#FF0000">ไขข้ออักเสบ</font> หาปลาเนื้อมันกินวันละ ๒ ขีด 
เช่นปลาทู, ปลาสวาย, ปลาแซลม่อน, ปลาซาร์ดีน, ปลาทูน่าหรือแม้แต่ปลากระป๋อง <br /><br />
8. <font color="#FF0000">กระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย</font> 
ให้กินน้ำกระเจี๊ยบไม่หวานจัดวันละ ๓ มื้อ หรือน้ำแครนเบอรี่ 
ของฝรั่งในปริมาณเท่ากัน ( เปรี้ยวจัดมาก ) <br /><br />
9. <font color="#FF0000">ท้องอืด</font> แก๊สมาก ให้กินกล้วยหักมุกปิ้งหรือขิงบ่อย 
ๆ <br /><br />
10. <font color="#FF0000">ท้องผูก</font> ชงน้ำผึ้งดื่มวันละ ๓ 
ช้อนโต๊ะและให้กินน้ำมะขามต้มติดเนื้อมาก เช้า เย็น <br /><br />
11. <font color="#FF0000">โรคกระเพาะอาหาร</font> หากล้วยหักมุกปิ้งกิน , 
กินกล้วยหรือกินผักกระ หล่ำปลีให้มาก <br /><br />
12. <font color="#FF0000">เวียนหัว คลื่นไส้ง่าย</font> 
ให้หาอาหารทำจากขิงรับประทาน เช่น ปลาผัดขิง ไก่ผัดขิง , น้ำขิง , ชาขิงหรือเต้าฮวย
<br /><br />
13. <font color="#FF0000">วัยทอง วูบวาบ อารมณ์ปรวน</font> 
ให้กินปลาทูน่าให้มากและกินเต้าหู้เหลืองวันละ ๑ แผ่น 
ถ้ากินเต้าหู้แล้วเบื่อให้สลับกับถั่วลิสงวันละ ๑ กำมือก็ได้ <br /><br />
14. <font color="#FF0000">หงุดหงิดง่าย</font> ให้กินอาหารร่าเริง คือ 
ข้าวเหนียวดำ ข้าวโพด กลอย กล้วยหอมและปลาทูน่า <br /><br />
15. <font color="#FF0000">กระดูกพรุน</font> ให้กินงาดำวันละ ๔ ช้อนโต๊ะ ( 
ได้แคลเซียมมาก ) มะม่วงจิ้มกะปิ และ สับปะรด ซึ่งมีธาตุสมานกระดูดอยู่มาก ( 
แมงกานีส ) <br /><br />
16. <font color="#FF0000">ความจำไม่ดี</font> ให้กินปลาทูวันละ ๒ ขีด 
หอยแครงและหอยนางรมซึ่งมีธาตุสังกะสีช่วยสมองได้ <br /><br />
17. <font color="#FF0000">มะเร็งเต้านม</font> ให้กินบร็อคโคลีหรือคะน้าวันละ ๕ 
ขีด <br /><br />
18. <font color="#FF0000">มะเร็งปอดทางเดินหายใจ</font> ให้กินเสาวรส ฝรั่ง ส้ม 
มะนาว มะขามป้อม มะละกอ มะม่วง ให้มาก เพราะวิตามินซีช่วยสมานหลอดเลือดในปอดได้ดี 
แต่ต้องระวังวิตามินเอโดยเฉพาะผู่ที่ยังสูบบุหรี่อยู่ <br /><br />
19. <font color="#FF0000">ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน</font> กินแอปเปิ้ลเขียววันละ ๑ - 
๒ ผล หรือน้ำแอปเปิ้ลเขียวปั่นทั้งกาก จะเป็นการล้างพิษในตัวด้วย <br /><br />
20. <font color="#FF0000">เจ็บอก โรคหัวใจ</font> หลอดเลือดตีบ กินปลาทะเล 
น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน 
ผลอโวคาโดเพราะเหล่านี้มีไขมันดีไปช่วยขับตะกรันน้ำมันเก่าออก 
ถ้าชอบดื่มชาให้หาชาเขียวสดมาชงดื่มเองวันละถ้วย <br /><br />
21. <font color="#FF0000">ความดันสูง</font> ต้องตัดบุหรี่และอาหารเค็ม ลองหาข้าวโอ๊ตไม่ขัดสีมากินและผักขึ้นฉ่ายสดหรือปั่นก็ได้ 
จะช่วยคุมความดันให้ดีขึ้น <br /><br />
22. <font color="#FF0000">เบาหวานถามหา</font> ให้เลี่ยงแป้งกับน้ำตาล และ 
กินผักเขียวจัดอย่างคะน้า บร็อคโคลี ผักโขมให้มาก 
ถ้าอยากหวานให้กินส้มโอและฝรั่งเพราะมีน้ำตาลอยู่น้อยมาก <br /><br />
โรงพยาบาลธรรมชาติ ( ส่งต่อได้บุญนะคะ )</font></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b9%82%e0%b8%96%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b9%82%e0%b8%96%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Aug 2011 14:55:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เก็บมาเล่า]]></category>
		<category><![CDATA[โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtalay.com/travelblog/?p=1414</guid>
		<description><![CDATA[เจ้าโถฉี่สีสรรสวยงามนี้มีชื่อว่า P-Tree ออกแบบโดยคุณ Aandeboom ชาวเดนมาร์ก เพื่อนๆ คงจะเคยเห็น บรรดาสุภาพบุรุษทั้งหลาย ชอบไปยืนฉี่ตามต้นไม้กัน คุณ Aandeboom ก็เลยผุดไอเดียออกแบบโถฉีนี้ขึ้น แถมยังเอาไปใช้งานได้จริงด้วยนะ โถฉี่ P-Tree ตัวนี้จะเชื่อมต่อกับถังดูดน้ำ และระบบบำบัดน้ำเสีย คราวนี้ก็หมดปัญหาเรื่องฉี่เรี่ยราดใส่ต้นไม้ ว่าแต่ว่าไม่ออกแบบมาให้คุณผู้หญิงบ้างเหรอ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font size="4"><font color="#0000FF">เจ้าโถฉี่สีสรรสวยงามนี้มีชื่อว่า P-Tree 
ออกแบบโดยคุณ Aandeboom ชาวเดนมาร์ก เพื่อนๆ คงจะเคยเห็น บรรดาสุภาพบุรุษทั้งหลาย 
ชอบไปยืนฉี่ตามต้นไม้กัน คุณ Aandeboom ก็เลยผุดไอเดียออกแบบโถฉีนี้ขึ้น 
แถมยังเอาไปใช้งานได้จริงด้วยนะ โถฉี่ P-Tree ตัวนี้จะเชื่อมต่อกับถังดูดน้ำ 
และระบบบำบัดน้ำเสีย คราวนี้ก็หมดปัญหาเรื่องฉี่เรี่ยราดใส่ต้นไม้ 
ว่าแต่ว่าไม่ออกแบบมาให้คุณผู้หญิงบ้างเหรอ</font> </font></p>
<div id="attachment_1416" class="wp-caption aligncenter" style="width: 478px"><a href="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม01.jpg"><img src="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม01.jpg" alt="โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" title="โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม01" width="468" height="468" class="size-full wp-image-1416" /></a><p class="wp-caption-text">โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p></div><span id="more-1414"></span>
<div id="attachment_1416" class="wp-caption aligncenter" style="width: 478px"><a href="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม02.jpg"><img src="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม02.jpg" alt="โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" title="โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม02" width="468" height="468" class="size-full wp-image-1416" /></a><p class="wp-caption-text">โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p></div>
<div id="attachment_1416" class="wp-caption aligncenter" style="width: 478px"><a href="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม03.jpg"><img src="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม03.jpg" alt="โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" title="โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม03" width="468" height="468" class="size-full wp-image-1416" /></a><p class="wp-caption-text">โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p></div>
<div id="attachment_1416" class="wp-caption aligncenter" style="width: 478px"><a href="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม04.jpg"><img src="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม04.jpg" alt="โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" title="โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม04" width="468" height="468" class="size-full wp-image-1416" /></a><p class="wp-caption-text">โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p></div>
<div id="attachment_1416" class="wp-caption aligncenter" style="width: 478px"><a href="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม05.jpg"><img src="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม05.jpg" alt="โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" title="โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม05" width="468" height="468" class="size-full wp-image-1416" /></a><p class="wp-caption-text">โถฉี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b9%82%e0%b8%96%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เซ็นทาราเดินหน้าลุยธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ เปิดตัววอเตอร์ฟร้อนท์สวีทบนชายหาดกะรน ภูเก็ต</title>
		<link>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Aug 2011 07:14:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[วอเตอร์ฟร้อนท์สวีท]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtalay.com/travelblog/?p=1407</guid>
		<description><![CDATA[โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ประกาศเปิดตัว วอเตอร์ฟร้อนท์สวีทภูเก็ตบายเซ็นทารา เดินหน้าให้บริการธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์คุณภาพชั้นนำ พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยห้องพักที่กว้างขวางจำนวน 39 ห้องบนอาคารสูง 20 ชั้น ที่หันหน้ารับ วิวชายหาดกะรนอันงดงามของภูเก็ต วอเตอร์ฟร้อนท์สวีทภูเก็ตเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ภายใต้แบรนด์เซ็นทาราเรสซิเดนซ์แอนด์สวีทที่ประกาศเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ตรงความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบใช้เวลาวันหยุดเปี่ยมสุขในสไตล์ของการดูแลตนเองและบุคคลผู้เป็นที่รัก มร. เกิร์ด สตีบ กรรมการผู้จัดการใหญ่ โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า “การเปิดตัวของเซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์แห่งนี้มีผลทำให้ในปัจจุบันเซ็นทารามีโรงแรมในเครือที่ภูเก็ตจำนวน 7 แห่ง โดยโครงการอื่นล้วนเป็นโรงแรมสไตล์รีสอร์ททั้งหมด ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการเปิดให้บริการเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์แห่งใหม่ล่าสุดนี้ จะเป็นการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับเครือโรงแรมของเรา ทั้งยังจะเป็นการนำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจและเปี่ยมไปด้วยสีสันให้กับลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว” ทั้งนี้ ห้องพักทั้ง 39 ห้องแบ่งเป็นห้องแบบสวีทที่หรูหราประเภท 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน โดยภายในทุกๆ ห้อง ล้วนประกอบไปด้วยห้องรับแขกและห้องรับประทานอาหารที่กว้างขวาง รวมทั้งห้องครัวที่มีอุปกรณ์ทำอาหารที่ครบครันและทันสมัย แขกผู้เข้าพักสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของชายหาดกะรนได้จากบริเวณห้องรับแขกและห้องนอนใหญ่ภายในห้องพักแบบสวีททุกห้อง นอกจากนี้ ห้องพักแต่ละห้องยังนำเสนอระเบียงส่วนตัวที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับการจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารเพื่อรื่นรมย์ไปกับการดื่มกินพร้อมชมภาพขณะดวงตะวันลับลาเส้นขอบฟ้าเหนือทะเลอันดามัน และสำหรับห้องพักสวีทแบบ 2 ห้องนอนนั้น จะมีระเบียงส่วนตัวถึง 3 ระเบียง และหนึ่งในนั้นนำเสนอวิวทิวทัศน์ของป่าเขาซึ่งเป็นฉากหลังอันงดงามของชายหาดกะรน สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้บริการภายในห้องพักนั้น ได้แก่เตาอบไมโครเวฟ เครื่องปิ้งขนมปัง กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า โทรทัศน์พร้อมสัญญาณดาวเทียม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_1409" class="wp-caption aligncenter" style="width: 430px"><a href="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา.jpg"><img src="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา.jpg" alt="วอเตอร์ฟร้อนท์สวีท โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา" title="โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา วอเตอร์ฟร้อนท์สวีท" width="420" height="278" class="size-full wp-image-1409" /></a><p class="wp-caption-text">วอเตอร์ฟร้อนท์สวีท โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</p></div><p><font size="4"><font color="#0000FF"><b>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ประกาศเปิดตัว วอเตอร์ฟร้อนท์สวีทภูเก็ตบายเซ็นทารา เดินหน้าให้บริการธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์คุณภาพชั้นนำ พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยห้องพักที่กว้างขวางจำนวน 39 ห้องบนอาคารสูง 20 ชั้น ที่หันหน้ารับ วิวชายหาดกะรนอันงดงามของภูเก็ต</b></font><br />
<br />
วอเตอร์ฟร้อนท์สวีทภูเก็ตเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ภายใต้แบรนด์เซ็นทาราเรสซิเดนซ์แอนด์สวีทที่ประกาศเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ตรงความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบใช้เวลาวันหยุดเปี่ยมสุขในสไตล์ของการดูแลตนเองและบุคคลผู้เป็นที่รัก<br />
<br />
<font color="#FF0000">มร. เกิร์ด สตีบ กรรมการผู้จัดการใหญ่ โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า “การเปิดตัวของเซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์แห่งนี้มีผลทำให้ในปัจจุบันเซ็นทารามีโรงแรมในเครือที่ภูเก็ตจำนวน 7 แห่ง โดยโครงการอื่นล้วนเป็นโรงแรมสไตล์รีสอร์ททั้งหมด 
ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการเปิดให้บริการเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์แห่งใหม่ล่าสุดนี้ จะเป็นการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับเครือโรงแรมของเรา ทั้งยังจะเป็นการนำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจและเปี่ยมไปด้วยสีสันให้กับลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว”</font><span id="more-1407"></span></font></p>
<p><font size="4">ทั้งนี้ ห้องพักทั้ง 39 ห้องแบ่งเป็นห้องแบบสวีทที่หรูหราประเภท 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน โดยภายในทุกๆ ห้อง ล้วนประกอบไปด้วยห้องรับแขกและห้องรับประทานอาหารที่กว้างขวาง รวมทั้งห้องครัวที่มีอุปกรณ์ทำอาหารที่ครบครันและทันสมัย<br />
<br />
แขกผู้เข้าพักสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของชายหาดกะรนได้จากบริเวณห้องรับแขกและห้องนอนใหญ่ภายในห้องพักแบบสวีททุกห้อง นอกจากนี้ ห้องพักแต่ละห้องยังนำเสนอระเบียงส่วนตัวที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับการจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารเพื่อรื่นรมย์ไปกับการดื่มกินพร้อมชมภาพขณะดวงตะวันลับลาเส้นขอบฟ้าเหนือทะเลอันดามัน และสำหรับห้องพักสวีทแบบ 2 ห้องนอนนั้น จะมีระเบียงส่วนตัวถึง 3 ระเบียง และหนึ่งในนั้นนำเสนอวิวทิวทัศน์ของป่าเขาซึ่งเป็นฉากหลังอันงดงามของชายหาดกะรน<br />
<br />
<font color="#FF00FF">สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้บริการภายในห้องพักนั้น ได้แก่เตาอบไมโครเวฟ เครื่องปิ้งขนมปัง กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า โทรทัศน์พร้อมสัญญาณดาวเทียม บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และยังมอบ ความสะดวกสบายให้กับผู้เข้าพักด้วยบริการรูมเซอร์วิส</font><br />
<br />
ห้องพักทั้งแบบห้องสวีท 1 ห้องนอนมีจำนวนทั้งหมด 17 ห้อง โดยแต่ละห้องพื้นที่ 103 ตารางเมตร ให้บริการเตียงควีนไซส์จำนวน 2 เตียง และโซฟาเบด 1 หลัง สำหรับพื้นที่รับประทานอาหารนั้นมีที่นั่งสำหรับ 6-8 คน ส่วนห้องพักแบบสวีท 2 ห้องนอนนั้นมีขนาด 167 ตารางเมตร ให้บริการเตียงขนาดใหญ่จำนวน 2 เตียง และเตียงแบบคิงไซส์จำนวน 1 เตียง และมีพื้นที่รับประทานอาหารที่สามารถรองรับได้ 8-10 ที่นั่ง<br />
<br />
แขกผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินไปกับการว่ายน้ำในสระรูปทรงอิสระขนาดใหญ่ โดยมีสระว่ายน้ำพิเศษสำหรับเด็กๆ รวมทั้ง สระจากุซซี่ ทั้งยังมีสนามเทนนิสขนาดใหญ่จำนวน 2 คอร์ท พร้อมโคมไฟที่ให้แสงสว่างจ้าและมีไม้เทนนิสไว้ให้บริการ อีกทั้งภายในอาคารยังมีสนามสควอช ห้องอบซาวน่า และห้องเกมส์และกิจกรรมที่พร้อมให้แขกผู้เข้าพักได้ใช้บริการโต๊ะพูล กระดานปาเป้า และโต๊ะเทเบิลเทนนิส<br />
<br />
สำหรับเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับนั้นพร้อมรองรับทุกความต้องการของลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมช่วงปลายปี ไปจนถึงเดือนเมษายนของปีถัดไปโดยมีพนักงานให้ความช่วยเหลือในการจัดโปรแกรมทัวร์ จองรถเช่าและรถรับส่งสนามบิน รวมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ให้กับผู้เข้าพัก<br />
<br />
<font color="#FF0000">เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์แห่งนี้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและพนักงานช่างพร้อมดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง และมีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วบริเวณโรงแรมวอเตอร์ฟร้อนท์สวีทภูเก็ตบายเซ็นทาราไม่เปิดให้บริการห้องอาหารภายในอาคาร หากแต่ลูกค้าผู้เข้าพักสามารถเลือกรับประทานที่ร้านอาหารมากมายในบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งสามารถอิ่มอร่อยไปกับสารพันอาหารเลิศรสที่เปิดให้บริการ ณ รีสอร์ท 2 แห่งของเซ็นทาราที่ตั้งอยู่บนหาดกะรนเช่นกัน</font><br />
<br />
ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราเป็นเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั้งสิ้น 59 แห่ง โดยตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย 45 แห่ง และในต่างประเทศ 14 แห่ง ได้แก่ เวียดนาม มัลดีฟส์ หิมาลัย ประเทศอินเดีย ฟิลิปปินส์ บาหลี อินโดนีเซีย และเกาะมอริเชียส มหาสมุทรอินเดีย โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารามีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อตอบสนองความต้องการของแขกผู้เข้าพักทุกกลุ่ม ทั้งคู่รัก ครอบครัว และกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมทั้งผู้ที่ต้องการจัดประชุมและสัมมนา<br />
<br />
นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ “สปาเซ็นวารี” ซึ่งเป็นสปาแบรนด์ไทยที่ให้บริการสปาระดับแนวหน้ามาตราฐานสากลทั้งหมด 19 สาขา และคิดส์คลับที่มีกิจกรรมสนุกสนานให้กับเด็กเล็กและเด็กโตในรีสอร์ทสำหรับกลุ่มครอบครัวซึ่งอยู่ในเครือเซ็นทาราทั่วโลก นอกจากนี้ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารายังให้บริการห้องประชุมที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ทันสมัย สามารถรองรับ การประชุมและการสัมมนาขนาดใหญ่ได้ถึง 2 แห่ง ในกรุงเทพฯ และอีก 1 แห่ง ในจังหวัดอุดรธานี</font></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สาวถ่ายรูปแหลมพรหมเทพพลัดทะเลตายอนาถ</title>
		<link>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Aug 2011 11:10:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtalay.com/travelblog/?p=1392</guid>
		<description><![CDATA[สาวเดินทางเที่ยวแหลมพรหมเทพ ชมพระอาทิตย์ตกดิน ยืนบนโขดหินถ่ายภาพเป็นที่ระลึกพลัดตกลงกลางทะเลดับ เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 3 ส.ค.นี้ ร.ต.อ.อรรถวัฒน์ สุวรรณรัตน์ ร้อยเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งว่ามีเหตุคนพลัดตกทะเลบริเวณแหลมพรหมเทพ ม.6 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รองผกก.ป. พ.ต.ท.พาชัย มัธยันต์ สวป. ที่เกิดเหตุ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย พบประชาชนทั้งไทยและเทศกว่า 200 คน นั่งชมพระอาทิตย์ตกดินอันสวยงามบ้างก็ยืนถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เมื่อเจ้าหน้าที่เดินลงไปปลายแหลมด้านล่างซึ่งเป็นทางชัน ห่างจากอาคารประภาคารกาญจนาภิเษกแหลมพรหมเทพ ประมาณ 200 เมตร พบประชาชนเดินชมความงามอยู่ในบริเวณดังกล่าวร้องขอความช่วยเหลือให้ช่วยหญิงสาวชาวไทย อายุประมาณ 25 ปี ดำผุดดำว่ายอยู่กลางทะเล ท่ามกลางกระแสคลื่นลมแรง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต - เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลองค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง เพื่อนำเรือเร็ว 2 ลำ ออกช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็สามารถช่วยเหลือกลับขึ้นมาบนฝั่งแต่อยู่ในอาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เสียชีวิตในที่สุด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_1402" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><a href="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/Promthep_Cape2.jpg"><img src="http://www.tourtalay.com/travelblog/wp-content/uploads/2011/08/Promthep_Cape2.jpg" alt="ท่องเที่ยวภูเก็ต แหลมพรหทเทพ จังหวัดภูเก็ต" title="Promthep_Cape2" width="500" height="313" class="size-full wp-image-1402" /></a><p class="wp-caption-text">สถานที่ท่องเที่ยว: แหลมพรหทเทพ จังหวัดภูเก็ต</p></div><span style="font-size: medium;"><span style="color: #0000ff; font-size: medium;"><strong>สาวเดินทางเที่ยวแหลมพรหมเทพ ชมพระอาทิตย์ตกดิน ยืนบนโขดหินถ่ายภาพเป็นที่ระลึกพลัดตกลงกลางทะเลดับ</strong></span>

<span style="color: #ff00ff; font-size: medium;">เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 3 ส.ค.นี้ ร.ต.อ.อรรถวัฒน์ สุวรรณรัตน์ ร้อยเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งว่ามีเหตุคนพลัดตกทะเลบริเวณแหลมพรหมเทพ ม.6 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รองผกก.ป. พ.ต.ท.พาชัย มัธยันต์ สวป. ที่เกิดเหตุ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย พบประชาชนทั้งไทยและเทศกว่า 200 คน นั่งชมพระอาทิตย์ตกดินอันสวยงามบ้างก็ยืนถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เมื่อเจ้าหน้าที่เดินลงไปปลายแหลมด้านล่างซึ่งเป็นทางชัน ห่างจากอาคารประภาคารกาญจนาภิเษกแหลมพรหมเทพ ประมาณ 200 เมตร พบประชาชนเดินชมความงามอยู่ในบริเวณดังกล่าวร้องขอความช่วยเหลือให้ช่วยหญิงสาวชาวไทย อายุประมาณ 25 ปี ดำผุดดำว่ายอยู่กลางทะเล ท่ามกลางกระแสคลื่นลมแรง</span></span>

<span style="font-size: medium;"><span id="more-1392"></span>
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต - เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลองค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง เพื่อนำเรือเร็ว 2 ลำ ออกช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็สามารถช่วยเหลือกลับขึ้นมาบนฝั่งแต่อยู่ในอาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เสียชีวิตในที่สุด</span>

<span style="font-size: medium;">จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมเพื่อนชายเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพื่อชมความงามของแหลมพรหมเทพและชมความสวยงามของพระอาทิตย์ตกดิน ขณะทั้งคู่เดินลงไปปลายแหลมพรหมเทพ เพื่อลงไปถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก โดยผู้ตายยืนอยู่บนโขดหินใกล้ชายทะเล เพื่อให้เพื่อนชายที่เป็นนักท่องเที่ยวถ่ายภาพเก็บไว้เป็นความทรงจำ แต่ในขณะนั้นเองผู้ตายได้เกิดลื่นตกลงไปในทะเล ทำให้เกลียวคลื่นที่สูงประมาณ 1-2 เมตร ซัดร่างออกไปกลางทะเล ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เห็นเหตุการณืไม่มีใครที่จะกล้าลงไปช่วยเนื่องจากคลื่นแรงมาก และบริเวณดังกล่าวมีโขดหินจำนวนมาก หากไม่เชี่ยวชาญในการช่วยเหลือจะทำให้ได้รับอันตรายได้ ประกอบกับสถานที่ดังกล่าวเคยมีคนตกลงไปเสียชีวิตมาแล้วหลายราย จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้เสียชีวิตดังกล่าว</span>

<span style="font-size: medium;">ร.ต.อ.อรรถวัฒน์ สุวรรรรัตน์ ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อและรายละเอียดของผู้ตาย ทราบว่าบัตรประชาชนหรือหลักฐานเกี่ยวกับผู้ตายอยู่ในกระเป๋าของผู้ตาย ขณะถูกคลื่นซัดติดอยู่กับซอกหินและบริเวณดังกล่าวคลื่นซัดแรงมาก เรือก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปเก็บกระเป๋าใบดังกล่าวได้ ประกอบกับดวงอาทิตย์ตกดิน บริเวณดังกล่าวไม่มีไฟฟ้า จึงยากแก่การเก็บกู้อย่างไรก็ตามจะเร่งให้เจ้าหน้าที่เก็บกระเป๋าใบดังกล่าวมาตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใคร เพื่อจะแจ้งให้ญาติมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป</span>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลูกพาพ่อไปหาหมอรถพลิกคว่ำตกคูน้ำพ่อตายลูกเจ็บ</title>
		<link>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Aug 2011 11:00:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtalay.com/travelblog/?p=1388</guid>
		<description><![CDATA[เกิดอุบัติเหตุเศร้าสลดขึ้นเมื่อลูกสาวขับรถเก๋งพาพ่อที่ป่วยด้วยโรคไตไปหาหมอที่โรงพยาบาลรถพุ่งตกลงในคูน้ำข้างทำให้รถจมน้ำพ่อเสียชีวิตและลูกสาวบาดเจ็บ เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 ส.ค. ร.ต.อ.อเสก สีแก้วเขียว ร้อยเวร สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำตกในคูน้ำข้างทางเหตุเกิดริมถนนสามสิบเมตร หน้าหมู่บ้านปุณฑารีย์ หมู่7 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้าซีวิค สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กม1040 สงขลา ตกลงไปในคูน้ำ ทำให้รถหงายท้องและจมอยู่ในน้ำ โดยขณะเกิดเหตุรถของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าวิ่งผ่านมาพอดีจึงได้ลงไปทุบกระจกเพื่อรีบช่วยผู้ที่ติดอยู่ภายในรถซึ่งมีสองคนออกมา โดยคนขับทราบชื่อ นางกมลรัตน์ หมื่นพล อายุ29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 ถ.ราษฎร์ดำริ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับบาดเจ็บหน่วยกู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา และ นายหนูพันธ์ หมื่นพล อายุ61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 156 ม.7 ต.หารโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นพ่อและนั่งมาด้วยจมน้ำเสียชีวิตอยู่ภายในรถ สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่าขณะที่รถคันดังกล่าววิ่งมาถึงที่เกิดเหตุรถได้พุ่งลงไปในคูน้ำข้างทางโดยไม่ทราบสาเหตุและพลิกคว่ำหนึ่งตลบก่อนที่จะหงายท้องจมอยู่ในน้ำ แต่ขณะเกิดเหตุรถของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าซึ่งทำงานอยู่ในบริเวณดังกล่าวขับผ่านมาพอดีจึงพยายามเข้าช่วยทุบกระจกนำผู้ที่ติดอยู่ภายในออกมาและลากรถขึ้นมาจากน้ำแต่ไม่ทันผู้เป็นพ่อเสียชีวิตแล้วส่วนลูกสาวบาดเจ็บ ขณะที่ญาติของทั้งสองเผย ก่อนเกิดเหตุ นางกมลรัตน์ ได้ขับรถพาพ่อคือ นายหนูพันธ์ ซึ่งป่วยเป็นโรคไตไปโรงพยาบาลสงขลา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font color="#0000FF"><b><font size="4">เกิดอุบัติเหตุเศร้าสลดขึ้นเมื่อลูกสาวขับรถเก๋งพาพ่อที่ป่วยด้วยโรคไตไปหาหมอที่โรงพยาบาลรถพุ่งตกลงในคูน้ำข้างทำให้รถจมน้ำพ่อเสียชีวิตและลูกสาวบาดเจ็บ</font></b></font><font size="4"><br />
<br />
</font><font size="4">เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 ส.ค. ร.ต.อ.อเสก สีแก้วเขียว ร้อยเวร สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำตกในคูน้ำข้างทางเหตุเกิดริมถนนสามสิบเมตร หน้าหมู่บ้านปุณฑารีย์ หมู่7 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้าซีวิค สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กม1040 สงขลา ตกลงไปในคูน้ำ ทำให้รถหงายท้องและจมอยู่ในน้ำ <span id="more-1388"></span></font><br />
<br />
<font size="4">
โดยขณะเกิดเหตุรถของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าวิ่งผ่านมาพอดีจึงได้ลงไปทุบกระจกเพื่อรีบช่วยผู้ที่ติดอยู่ภายในรถซึ่งมีสองคนออกมา โดยคนขับทราบชื่อ นางกมลรัตน์ หมื่นพล อายุ29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 ถ.ราษฎร์ดำริ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับบาดเจ็บหน่วยกู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา และ นายหนูพันธ์ หมื่นพล อายุ61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 156 ม.7 ต.หารโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นพ่อและนั่งมาด้วยจมน้ำเสียชีวิตอยู่ภายในรถ<br />
<br />
สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่าขณะที่รถคันดังกล่าววิ่งมาถึงที่เกิดเหตุรถได้พุ่งลงไปในคูน้ำข้างทางโดยไม่ทราบสาเหตุและพลิกคว่ำหนึ่งตลบก่อนที่จะหงายท้องจมอยู่ในน้ำ แต่ขณะเกิดเหตุรถของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าซึ่งทำงานอยู่ในบริเวณดังกล่าวขับผ่านมาพอดีจึงพยายามเข้าช่วยทุบกระจกนำผู้ที่ติดอยู่ภายในออกมาและลากรถขึ้นมาจากน้ำแต่ไม่ทันผู้เป็นพ่อเสียชีวิตแล้วส่วนลูกสาวบาดเจ็บ<br />
<br />
ขณะที่ญาติของทั้งสองเผย ก่อนเกิดเหตุ นางกมลรัตน์ ได้ขับรถพาพ่อคือ นายหนูพันธ์ ซึ่งป่วยเป็นโรคไตไปโรงพยาบาลสงขลา เพื่อให้แพทย์ตรวจอาการผิดปกติของไตหลังจากที่เมื่อวานนี้(4 ส.ค.)ได้ไปฟอกไตแต่พอกลับมามีเลือดออกมาจึงต้องกลับไปให้แพทย์ตรวจอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงพ่อ แต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นเพราะอะไรหรือมีคู่กรณีอื่นมาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่</font><br /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtalay.com/travelblog/2011/08/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

