|
สยามนิรมิต
สยายปีกทุ่มงบร่วม 2 พันล้าน ปักหลักลงทุนภูเก็ต ตั้งเป้าเปิดบริการต้นปี 55
โดยใช้คอนเซ็ปต์เดียวกันกับกรุงเทพฯ ทั้งโรงละครจุด 2 พันที่นั่ง
บ้านไทย-ร้านอาหารจุ 1 พันที่นั่ง ทั้งชู 5 จุดขายโชว์วัฒนธรรมไทย
ผ่านสเปเชียลเอฟเฟกต์ระดับโลก หวังเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ไนต์ไลฟ์แห่งใหม่ปลุกท่องเที่ยวภูเก็ต
นายอำพล สุทธิเพียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อะมิวส์เมนท์
เซ็นเตอร์ จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าขณะนี้นางพัณณิน กิติพราภรณ์
กรรมการผู้จัดการบริษัทรัชดาเธียร์เตอร์ จำกัด เจ้าของโรงละครสยามนิรมิต กรุงเทพฯ
และธุรกิจสวนสนุก ดรีมเวิลด์
กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงละครแห่งใหม่ในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้โครงการ
"สยามนิรมิต ภูเก็ต" ด้วยมูลค่าการลงทุนราวกว่า 1,500 -2,000 ล้านบาท
ซึ่งเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ 52 ไร่ ถนนบายพาส ใกล้สนามบินภูเก็ต
ก่อนถึงโลตัส ภูเก็ต คาดจะเปิดให้บริการต้นปี 2555
แนวคิดของการลงทุนจะเป็นการแสดงและโรงละครในรูปแบบเดียวกับสยามนิรมิต กรุงเทพฯ
โดยแบ่งพื้นที่โครงการออกเป็นส่วนของบ้านไทย, โรงละครจุ 2 ,000 ที่นั่ง ,
ร้านอาหารรองรับ 1,000 ที่นั่ง และมีทะเลสาบให้ชมวิวทิวทัศน์
แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบโชว์ให้แตกต่างจากของเดิม เช่น การปรับเปลี่ยนฉาก
อุปกรณ์การแสดงให้ทันสมัยมากขึ้น
โดยในส่วนของบ้านไทย
จะเป็นส่วนแสดงวัฒนธรรมไทยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เรียนรู้ชีวิตชาวบ้านและวัฒนธรรมไทยครบถ้วนทั้ง
4 ภาค ที่นำมารวมไว้ด้วยกันในธีมหมู่บ้านชนบทไทย
ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความรู้สึกที่เหมือนเดินไปตามบ้านของชาวบ้านในภาคนั้น ๆ เช่น
ภาคอีสานจะมีการทอผ้า การเป่าแคน ผีตาโขน, ภาคกลาง มีการสานปลาตะเพียน นั่งเรือพาย,
ภาคเหนือจะพบกับการบายศรีสู่ขวัญ และภาคใต้ พบกับการเชิดหนังตะลุง การทำผ้าบาติก
เป็นต้น
สำหรับปัจจัยที่ตัดสินใจขยายการลงทุนไปยังภูเก็ต เนื่องจากบริษัทมีโปรดักต์อยู่แล้ว
ซึ่งได้รับคำชมจำนวนมากทั้งจากคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ดังนั้นเมื่อขยายสาขาในเมืองท่องเที่ยว
ทำให้มีโอกาสที่จะได้รับการตอบรับจากตลาดที่ดี เพราะภูเก็ต
มีศักยภาพสูงในเชิงของธุรกิจท่องเที่ยว และมีการเจริญเติบโตต่อเนื่อง
และจากการศึกษา ดีมานด์ ความต้องการของตลาดในภูเก็ต
และพบว่ามีมากพอจึงได้ตัดสินใจขยายการลงทุนดังกล่าว
"แม้สยามนิรมิต ภูเก็ต จะเป็นการแสดงในช่วงกลางคืน
เหมือนกับ ภูเก็ต แฟนตาซี แต่ไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่ง
เพราะตลาดการแสดงมีความหลากหลาย ที่จะช่วยส่งเสริมกันและกัน เช่นที่ลาสเวกัส
ก็มีสารพัดโชว์ แล้วแต่ลูกค้าจะเลือกและมองว่าในตลาดนี้ยังโตได้อีก
เพราะตลาดโชว์มีหลากหลายและแตกต่างโดยโชว์ของสยามนิรมิต มีจุดขายด้านวัฒนธรรม
ส่วนภูเก็ต แฟนตาซี ก็เป็นโชว์ในแบบแฟนตาซี
และเชื่อว่าจะเป็นการสร้างจุดขายใหม่แก่การท่องเที่ยวภูเก็ต" นายอำพล กล่าว
ส่วนรูปแบบการแสดงนั้นจะเป็นโชว์ช่วงกลางคืนอย่างน้อย 1 รอบต่อวัน ขึ้นอยู่กับเวลา
โดยจะดูความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ส่วนราคานั้นยังไม่สามารถสรุปในขณะนี้
แต่คาดว่าจะมีทั้งการขายบัตรแสดงรวมกับดินเนอร์ และขายบัตรเข้าชมอย่างเดียว
ส่วนจุดขายนั้นจะเน้น 5 จุดขาย ได้แก่
1.เป็นโชว์ที่แตกต่างไม่มีในไทย เน้นความเป็นไทยและวัฒนธรรมไทย
ผ่านสเปเชียลเอฟเฟกต์ระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา รวมถึงการแสดงแบบ 5
มิติเป็นตัวนำ มีขนาดเวทีที่ใหญ่ที่สุด โดยเวทีของสยามนิรมิต กรุงเทพฯ
ก็ได้รับการบันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊ก โดยมีพื้นที่ยาวราว 70 เมตร และสูง 12 เมตร
2.ความวิจิตรตระการตาและความยิ่งใหญ่ของฉาก
ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานที่จริงและมีส่วนร่วมกับการแสดงนั้นๆ
3. ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ด้วยดนตรี เสียงเพลง
การแสดง 4.การใช้สเปเชียลเอฟเฟกต์ระดับโลก เช่น การเปลี่ยนฉากฉับพลัน
และการแสดงของเทวดาที่เหาะเหินเดินอากาศอย่างน้อย 10 องค์ เป็นต้น และ
5.การทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม เพราะก่อนที่จะออกแบบฉากแต่ละฉาก จะมีการศึกษาจากตำรา
และการได้รับคำแนะนำจากผู้รู้
เนื่องจากต้องการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้มีความถูกต้องมากที่สุด
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้สยามนิรมิตแตกต่างจากโชว์อื่นๆ
โดยเป็นโชว์ระดับโลกที่ใช้วัฒนธรรมไทย นับเป็นจุดสำคัญที่...
ด้านฉากการแสดงจะมีจำนวนมาก แต่จะมีโชว์ 3 องก์ใหญ่ ๆ องก์ที่ 1 มี 4 ภาค ได้แก่
กลาง เหนือ ใต้ และอีสาน องก์ที่ 2 นรก สวรรค์ เป็นเรื่องของความเชื่อ และป่าหิมพานต์
ส่วนองก์ที่ 3 เป็นการแสดงประเพณีไทยตลอด 1 ปีว่ามีอะไรบ้าง
ในรูปแบบการแสดงคล้ายกับสยามนิรมิต กรุงเทพฯ สาเหตุที่ทำโชว์ให้คล้ายกัน
เนื่องจากมีโปรดักต์ที่ดีอยู่แล้ว และมีการยอมรับในระดับโลกหลังเปิดบริการมากว่า 5
ปี จึงเท่ากับเป็นการขยายตลาดไปยังภูเก็ตเท่านั้น ส่วนกลุ่มเป้าหมายตลาด
นอกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังเน้นตลาดประชุมสัมมนาหรือไมซ์คนไทย
ส่วนภาพรวมของสยามนิรมิต กรุงเทพฯ ในปี 2553 พบว่า
นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง เป็นผลมาจากความวุ่นวายทางการเมือง โดยช่วงกลางปีลดลงราว
70% และมากระเตื้องขึ้นในช่วงปลายปี แต่มั่นใจว่าในปีนี้
หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ตลาดของการท่องเที่ยวจะมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
โดยอย่างน้อยคาดว่าจะมีการเติบโตปีละราว 10% และล่าสุดดรีมเวิลด์
ได้เปิดตัวเครื่องเล่นใหม่ ภายใต้ชื่อ "เอเลี่ยน" มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
โดยเป็นสไตล์เรียลลิตี เปิดให้ผู้เล่นเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์กับเอเลี่ยน
ซึ่งคาดว่าเครื่องเล่นใหม่นี้จะดึงดูดให้คนมาเที่ยวชมดรีมเวิลด์มากขึ้น นายอำพล
กล่าวทิ้งท้าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,601 16-19 มกราคม พ.ศ. 2554
|